วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การศึกษาต่อเนื่องสภาเภสัชกรรม



ภก.ปรุฬห์ รุจนธำรงค์

วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2558 มีข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2558 เป็นต้นไป ข้อบังคับนี้ได้ยกเลิกข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ..2545 ซึ่งเป็นข้อบังคับสภาเภสัชกรรมก่อนหน้านี้

สาระสำคัญ
1. เจตนารมรณ์ของข้อบังคับฉบับนี้
เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมให้มีความรู้และความสามารถในการประกอบวิชาชีพที่ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานของวิชาชีพ อันจะเป็นหลักประกันและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการวิชาชีพต่อผู้รับบริการ สภาเภสัชกรรมจึงเห็นควรให้มีการจัดระบบการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

2. วัตถุประสงค์การจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพ มีดังนี้
2.1 เสริมความรู้และวิทยาการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ
2.2 เสริมทักษะและประสบการณ์ในการปฏิบัติวิชาชีพในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น
ในการประกอบวิชาชีพ
2.3  ยกระดับและพัฒนาการประกอบวิชาชีพให้ก้าวหน้า
2.4 การอื่น ๆ ตามมติของคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม โดยออกเป็นประกาศสภาเภสัชกรรม

3. รูปแบบกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง
เภสัชกรสามารถได้รับหน่วยการศึกษาต่อเนื่องตามเกณฑ์ที่กำหนด ในรอบปีปฏิทิน ซึ่งมีกรณีดังต่อไปนี้
3.1 การศึกษาด้วยตนเอง เป็นรูปแบบซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพศึกษาจากบทความวิชาการ สามารถเก็บหน่วยการศึกษาต่อเนื่องได้ระหว่าง 1-4 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องต่อหนึ่งบทความ ทั้งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
- บทความนั้นอาจจัดทำขึ้นโดยสถาบันหลัก (หน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรมให้เป็นผู้จัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมเป็นการประจำ) ให้สถาบันหลักเป็นผู้รับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด และต้องตอบคำถามท้ายบทความให้ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 70 จึงจะได้รับเอกสารรับรองการได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
- ถ้าศึกษาบทความทางวิชาการด้วยตนเองในบทความทางวิชาการอื่นที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรมแต่ได้รับการรับรองหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากองค์กรอื่นแล้ว (ต้องศึกษาด้วยตนเองก่อนบทความนั้นหมดอายุ) หากประสงค์จะขอการรับรองหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ ให้ยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสภาเภสัชกรรม โดยต้องยื่นบทความทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ฉบับเต็ม คำถามของบทความ เอกสารรับรองการได้หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากองค์การนั้น ๆ เอกสารอื่น ตามที่สภาเภสัชกรรมกำหนด การที่ผู้ประกอบวิชาชีพศึกษาบทความทางวิชาการที่ได้รับการรับรองหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากองค์กรอื่นแล้ว แต่ไม่ได้ขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันหลักไว้ให้ผู้ประกอบวิชาชีพยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสภาเภสัชกรรมได้ในภายหลัง

3.2 การเข้าร่วมประชุมวิชาการ เป็นรูปแบบซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพเข้าร่วมการประชุมการสัมมนา การฝึกอบรมทางวิชาการ กำหนดให้ชั่วโมงบรรยาย 1 ชั่วโมง เทียบเท่า 1 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง และการฝึกปฏิบัติ 2 - 3 ชั่วโมง เทียบเท่า 1 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง
-การประชุมอาจจัดขึ้นโดยสถาบันหลักและหน่วยงานในเครือข่ายให้สถาบันหลักเป็นผู้รับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด โดยต้องร่วมประชุมครบตามเกณฑ์ที่สถาบันหลักกำหนดและได้รับเอกสารรับรองการได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องไว้เป็นหลักฐาน
-กรณีการประชุมนั้นไม่ได้ขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสภาเภสัชกรรมหรือสถาบันหลักว่าเป็นการประชุมที่ได้หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง ถ้าประสงค์จะขอรับการรับรองหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง ให้ยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องต่อสภาเภสัชกรรม โดยยื่นคำขอภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นสุดการประชุม ซึ่งจะต้องยื่นกำหนดการและรายละเอียดของการประชุม หลักฐานการเข้าประชุม เอกสารหรือหลักฐานอื่น เช่น เอกสารประกอบการประชุม ตามที่สภาเภสัชกรรมกำหนด การที่ผู้ประกอบวิชาชีพเข้าประชุมวิชาการที่ไม่ได้ขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันหลัก ให้ผู้ประกอบวิชาชีพยื่นขอรับการรับรองและกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องจากสภาเภสัชกรรมได้ในภายหลัง

3.3 การเป็นวิทยากรในการประชุมวิชาการ เป็นรูปแบบซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพต้องสืบค้นและบรรยายหรืออภิปรายนำเสนอในการประชุมวิชาการ ให้สถาบันหลักเป็นผู้รับรองและแจ้งหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของวิทยากร พร้อมรายงานรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการ หรือรายชื่อผู้ที่ผ่านการศึกษาด้วยตนเอง ที่สถาบันหลักนั้น ๆ เป็นผู้ดำเนินการแล้วแต่กรณี การเป็นวิทยากรในการประชุมวิชาการ ให้กำหนดจำนวนหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องเท่ากับ 2 เท่าของจำนวนหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องที่ได้รับการคำนวณเป็นหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง สำหรับการบรรยายหรืออภิปรายหมู่ ให้กำหนดจำนวนหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องเท่ากับจำนวนชั่วโมงที่ได้รับการคำนวณเป็นหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง

3.4 การเป็นผู้เขียนบทความการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ เป็นรูปแบบที่ผู้ประกอบวิชาชีพต้องสืบค้นและเรียบเรียงเป็นบทความวิชาการเพื่อการศึกษาต่อเนื่อง ให้สถาบันหลักเป็นผู้รับรองและแจ้งหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของผู้เขียนบทความการศึกษาต่อเนื่อง พร้อมรายงานรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการ หรือรายชื่อผู้ที่ผ่านการศึกษาด้วยตนเอง ที่สถาบันหลักนั้น ๆ เป็นผู้ดำเนินการแล้วแต่กรณี ให้กำหนดจำนวนหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องเท่ากับ 2 เท่าของหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของบทความดังกล่าว

3.5 การประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมและได้รับรางวัลดีเด่นหรือได้รับการรับรองมาตรฐานหรือคุณภาพในการประกอบวิชาชีพ เป็นรูปแบบที่ผู้ประกอบวิชาชีพ ประกอบวิชาชีพด้วยสมรรถนะความเสียสละและจรรยาบรรณที่ดีเป็นที่ยอมรับในวงวิชาชีพ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพหรือองค์กรวิชาชีพที่มีผลงานหรือได้รับรางวัลหรือการรับรองคุณภาพมาตรฐานดังกล่าว ยื่นเรื่องเสนอขอกำหนดหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องต่อสภาเภสัชกรรม พร้อมสำเนาหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยจะพิจารณาจากผลงานจากการประกอบวิชาชีพ ที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกอบวิชาชีพและรวมถึงจรรยาบรรณ ในระดับดีมากเป็นที่ยอมรับในวงวิชาชีพ และวงวิชาการ  ระดับของหน่วยงานหรือองค์กรที่ให้รางวัลหรือให้การรับรอง ลำดับของรางวัลที่ได้รับ ความเป็นนวัตกรรมที่ส่งเสริมชื่อเสียงเกียรติคุณแก่วิชาชีพเภสัชกรรม ได้รับไม่เกิน 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องตามระดับที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

3.6 การจัดทำผลงานวิชาการหรืองานวิจัยหรือได้รับรางวัลในการประกวดผลงานทางวิชาการ เป็นรูปแบบที่ผู้ประกอบวิชาชีพ มีการศึกษาค้นคว้า วิจัยจนมีผลงานลงตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่ผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการและวิชาชีพ ได้รับไม่เกิน 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง ตามระดับที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

3.7 การจัดทำผลงานวิชาการตีพิมพ์เผยแพร่ เป็นรูปแบบที่ผู้ประกอบวิชาชีพมีการศึกษาค้นคว้า วิจัย การศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาโท ปริญญาเอก หลังปริญญาเภสัชศาสตรบัณฑิต ได้รับไม่เกิน 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง ตามระดับที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

3.8 รูปแบบอื่น ๆ ตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด ได้รับไม่เกิน 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง ตามระดับที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

4. ผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาต่อเนื่อง
ผู้จัดการศึกษาต่อเนื่องอาจจัดโดยสภาเภสัชกรรมหรือองค์กรในกำกับของสภาเภสัชกรรม หรือโดยสถาบันหลักที่สภาเภสัชกรรมให้การรับรองไว้แล้ว หรือสถาบันที่สภาเภสัชกรรมจะให้การรับรองในภายหลังตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด

5. จำนวนหน่วยการศึกษาต่อเนื่องที่จะต้องเก็บ
ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทุกคนต้องมีการศึกษาต่อเนื่องรวมไม่น้อยกว่า 100  หน่วยกิต ในทุกรอบระยะเวลา 5 ปี โดยจะต้องมีการศึกษาต่อเนื่องทุกปี ปีละไม่น้อยกว่า 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง (เก็บเกิน 100 หน่วยกิต ส่วนเกินไม่สามารถนำไปใช้ในรอบต่อไปได้)
แจกหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทุกคน (ผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอยู่แล้ว) ก่อนวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2558 ให้มีหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องเท่ากับ 20 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องและให้ดำเนินการศึกษาต่อเนื่องตามเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป (ไม่นับหน่วยที่เก็บในอดีตเข้ามา เนื่องจากบทเฉพาะกาลไม่ได้ระบุไว้)




6. ผลที่เกิดขึ้นจากการเก็บหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนด
6.1 กรณีเก็บหน่วยครบ  ถ้าเก็บครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ ปีละไม่น้อยกว่า 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง และรวมไม่น้อยกว่า 100  หน่วยกิต ในทุกรอบระยะเวลา 5 ปี ให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสามารถใช้ต่อไปได้
6.2 กรณีเก็บหน่วยไม่ครบ
- ถ้าเก็บไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้นถูกพักใช้ไปก่อน โดยออกเป็นประกาศของสภาเภสัชกรรม และสภาเภสัชกรรมจะแจ้งให้สมาชิกได้ทราบว่ามีใครเก็บไม่ครบบ้าง
- หากจะต้องการให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพ้นจากการถูกพักใช้ใบอนุญาตจะต้องมีการดำเนินการศึกษาต่อเนื่อง จำนวน 2 เท่า ของหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องที่ขาดไปจากเกณฑ์ที่กำหนดภายใน 6 เดือน หลังครบระยะเวลา 5 ปี และเสนอเรื่องต่อสภาเภสัชกรรมพร้อมหลักฐานการศึกษาต่อเนื่องดังกล่าว
- กรณีที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกพักใช้เนื่องจากในบางปีในรอบระยะเวลา 5 ปี มีการศึกษาต่อเนื่องน้อยกว่า 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง หากจะต้องการให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพ้นจากการถูกพักใช้ใบอนุญาต จะต้องมีการดำเนินการศึกษาต่อเนื่องเพิ่ม 10 หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องที่ขาดไปจากเกณฑ์ที่กำหนดภายใน 6 เดือนหลังครบระยะเวลา 5 ปี และเสนอเรื่องต่อสภาเภสัชกรรมพร้อมหลักฐานการศึกษาต่อเนื่องดังกล่าว หากพ้นระยะเวลา 6 เดือน แล้ว ไม่มีการยื่นเรื่องต่อสภาเภสัชกรรม สภาเภสัชกรรมจะออกประกาศให้พักใช้ใบอนุญาต
- ถ้าเก็บหน่วยครบแล้วให้สภาเภสัชกรรมออกประกาศให้พ้นจากการถูกพักใช้ใบอนุญาต
- เนื่องจากข้อบังคับฉบับนี้ อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 มาตรา 7 ด้วย ส่งผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก่อนวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2558 ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับฉบับนี้ด้วย

(พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 มาตรา 7 ให้ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน สาขาเภสัชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเภสัชกรรม ที่ยังมีผลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้ได้ต่อไป โดยผู้ได้รับอนุญาตดังกล่าวต้องมีการศึกษาต่อเนื่อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามข้อบังคับสภาเภสัชกรรม)

7. ค่าใช้จ่าย
7.1 ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือการรับรองเป็นสถาบันหลัก (5 ปี) 10,000 บาท
7.2 ค่าธรรมเนียมการรับรองหน่วยกิตเฉพาะคราว ขององค์กร/หน่วยงาน 2,000 บาท กรณีบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมขอรับรอง (กรณีนี้มาขอรับรองเองเนื่องมาจากหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องนั้นยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรม)  200 บาท
7.3 ค่าใช้จ่ายซึ่งกำหนดว่า แต่ละหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมได้ไม่เกินเท่าใดนั้น ไม่มีกำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้ 

8. ข้อสังเกต
อาจมีประเด็นซึ่งจะเป็นคดีปกครองในอนาคตได้ แต่ไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้

เอกสารอ้างอิง

ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนพิเศษ 139 ง วันที่ 19 มิถุนายน 2558 หน้า 18. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/139/18.PDF




เรื่องแจ้งสำหรับทุกคน ซึ่งยังต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ
1. เตรียมตัวเก็บหน่วยการศึกษาต่อเนื่องได้แล้ว เนื่องจากตอนนี้มีข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่องแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2558 เป็นต้นไป สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/139/18.PDF
2. ใช้กับเภสัชกรรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ คนที่กำลังเรียนต่อในต่างประเทศหรือไปทำงานในต่างประเทศ (ถ้ายังคิดกลับมาในประเทศไทย) หากเก็บหน่วยไม่ครบ ถูกพักใช้ใบอนุญาตได้
3. การเก็บหน่วย ต้องเก็บปีละไม่น้อยกว่า 10 หน่วย รวม 5 ปีไม่น้อยกว่า 100 หน่วย ส่วนเกินจาก 100 หน่วย ไม่สามารถเก็บทบไปรอบ 5 ปีถัดไปได้
4. ปี 2558 นี้ยังไม่ต้องรีบ เนื่องจากเขาให้มาฟรี 20 หน่วยกิตทุกคน เนื่องจากพวกเราได้รับใบประกอบวิชาชีพก่อน 20 มิถุนายน พ.ศ.2558 ส่วนคนที่เคยเก็บมาก่อนหน้านั้นเขาล้างระบบ หรือเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ดังนั้น เตรียมเก็บหน่วยในปีหน้าได้ เพราะการโหมเก็บหน่วยอาจมีปัญหาทางเทคนิคได้ตามข้อ 5.
5. พยายามเฉลี่ยการเก็บหน่วยในแต่ละปีให้กระจายกันออกไป อย่าให้โหมหนักในปีใดมากเกินไป "อย่าให้บางปีมีแต่ต่ำกว่า 10 หน่วยกิต" เพื่อป้องกันความผิดพลาดทางเทคนิคเผื่อทางสภาเภสัชกรรมเขาอาจจะให้ซ่อมในปี นั้น ถ้าไม่ซ่อมใน 6 เดือน เขาอาจให้พักใช้ใบอนุญาตได้
6. การเก็บหน่วยอาจทำได้ทั้งการอ่านบทความ (ได้ 1-4 หน่วยต่อบทความ ตอบคำถามท้ายบทถูกต้อง 70%) เขียนบทความ ประชุมวิชาการ เป็นผู้เขียนบทความ (ได้หน่วยเพิ่ม 2 เท่า) เป็นวิทยากร (โดยทั่วไปได้หน่วยเพิ่ม 2 เท่า) ) ถ้าพวกนี้สภาเภสัชกรรมรับรองมาแล้วไม่มีปัญหา ไม่ต้องเสียเงินค่ารับรอง 200 บาท ส่วนรูปแบบการเก็บหน่วยที่สภายังไม่รับรอง เช่น อ่านบทความหน่วยงานอื่น การประชุมที่ยังไม่รับรอง ได้รับรางวัล (สภาเภสัชกรรมจะประกาศอีกครั้งว่ารางวัลใดสามารถเก็บหน่วยได้แต่ไม่เกิน 10 หน่วย) งานวิจัยหรืองานตีพิมพ์ของ ป.โท ป.เอก (คงไม่ทุกสาขาอยู่แล้ว สภาเภสัชกรรมจะประกาศอีกครั้ง งานใดได้ตีพิมพ์สามารถเก็บหน่วยได้แต่ไม่เกิน 10 หน่วย) รูปแบบอื่น ๆ ซึ่งยังไม่รู้ว่าสภาเภสัชกรรมจะเอาอะไรบ้าง เช่น ทำ blog ทำเว็บไซต์ (สามารถเก็บหน่วยได้แต่ไม่เกิน 10 หน่วย) พวกนี้มีปัญหา ถ้าจะให้รับรองงานไหนต้องเสียเงินค่ารับรอง 200 บาท
7. ใครที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวเภสัชกร ไปทำได้ที่สภาเภสัชกรรม หรือไปหน่วยทำบัตรของสภาเภสัชกรรมตามงานประจำต่าง ๆ (ถ้าเจ้าภาพการประชุมนั้นเขาให้สภาเภสัชกรรมไป) เตรียมบัตรประชาชนไปด้วย ตรงนี้ไม่ต้องกังวล ถึงไม่มีบัตรก็สามารถเก็บหน่วยได้ในหลายรูปแบบอยู่แล้ว เพียงแต่บัตรช่วยอำนวยความสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะตอนที่ประชุมวิชาการ
8. ความคืบหน้าอื่น ๆ ติดตามได้ที่ http://rparun.blogspot.com/2015/06/ccpe.html
 

 
ดูความคิดเห็นและคำตอบเบื้องต้นที่ https://www.facebook.com/rparun/posts/985393084828624

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น