แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาเสพติดให้โทษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาเสพติดให้โทษ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

รายชื่อยาเสพติดให้โทษ รอบปี พ.ศ.2555


          รอบปี พ.ศ.2555 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ประกาศรายชื่อยาเสพติดให้โทษเพิ่มเติม ดังนี้

ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1
Benzylpiperazine หรือ N-benzylpiperazine หรือ BZP เบนซิลพิเพอราซีน หรือชื่อทางเคมี 1-benzylpiperazine ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 10), ราชกิจจานุเบกษา 26 มีนาคม พ.ศ.2555)

Trifluoromethylphenylpiperazine หรือ 3-Trifluoromethylphenylpiperazine หรือ TFMPP ไทรฟลูออโรเมทิลฟีนิล พิเพอราซีน หรือชื่อทางเคมี 1-(3-(trifluoromethyl)phenyl)piperazine ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 10), ราชกิจจานุเบกษา 26 มีนาคม พ.ศ.2555)

ยาเสพติดให้โทษในประเภท 2
Oripavine ออริพาวีน หรือชื่อทางเคมี (5R)-6,7,8,14-tetradehydro-4,5-epoxy-6-methoxy-17-methylmorphinan-3-ol ยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 9), ราชกิจจานุเบกษา 26 มีนาคม พ.ศ.2555)

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การขายยาสูตรผสมโคเดอีน (codeine)


 การขายยาสูตรผสมโคเดอีน (codeine)

ภก.ปรุฬห์ รุจนธำรงค์

(1) โคเดอีน (codeine) ตัวเดี่ยวเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 แต่ถ้าสูตรผสมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 3 (ตัวอย่างเช่น ยาแก้ไอที่มีโคเดอีน ยาเม็ดแก้ปวดที่มีโคเดอีน)

(
2) การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสมเกินจำนวน 250 มิลลิลิตร หรือ 30 เม็ด หรือ 30 แคปซูล ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 181) พ.ศ. 2545 เรื่อง กำหนดจำนวนยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ตำรับที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสมที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย)

(
3) ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ตำรับที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(
3.1) การจำหน่ายให้จำหน่ายได้เฉพาะแก่สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐ
(
3.2) ในการขนส่งไปนอกสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตผลิต นำเข้า จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แล้วแต่กรณี และเป็นการขนส่งเพื่อการจำหน่ายตาม (3.1) ให้ผู้รับอนุญาตจัดให้มีสำเนาเอกสารกำกับการขนส่งยาเสพติดให้โทษนั้น เพื่อการตรวจสอบระหว่างการขนส่ง โดยเอกสารดังกล่าวอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนยาเสพติดให้โทษ วันเดือนปี การเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และระบุผู้รับปลายทางที่ชัดเจน (กฎกระทรวงควบคุมการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ตำรับที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม พ.ศ. 2546)

ดังนั้นร้านยาและสถานพยาบาลเอกชนที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) จึงไม่สามารถขายได้ แม้ว่าจะมีใบอนุญาตขายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือไม่ก็ตาม หากมีการขายถือเป็นการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 20 วรรคแรก ถ้าพบในร้านแม้จะอ้างว่าไม่ได้ขายก็เป็นการครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 20 วรรคแรก (ต้องรับโทษตามมาตรา 76 วรรคแรก กล่าวคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) หากพบครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสมเกินจำนวน 250 มิลลิลิตร หรือ 30 เม็ด หรือ 30 แคปซูล ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามมาตรา 20 วรรคสี่ (ต้องระวางโทษหนักขึ้นตามมาตรา 76 วรรคสอง กล่าวคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท)