แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Caffeine แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Caffeine แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การควบคุมเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนในแคนาดา


ภาพข่าว: ไทยโพสต์ 8 ตุลาคม 2554 หน้า 9




เรื่องการควบคุมเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน ระหว่างประเทศไทย-แคนาดา มีความเห็นว่า
1. แคนาดามีมาตรการด้านฉลากที่กำหนดให้แสดงปริมาณคาเฟอีนล้าหลัง (ช้า) กว่าประเทศไทย (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมโดยอ่านจากเรื่อง ปริมาณ Caffeine ที่กำหนดตามกฎหมาย http://rparun.blogspot.com/2011/04/caffeine.html)

2. ปริมาณเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนในประเทศไทย กำหนดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งกาแฟกระป๋องหลายชนิดมีปริมาณคาเฟอีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภคมากกว่าเสียอีก ส่วนของแคนาดากำหนดไม่เกิน 180 มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค ซึ่งเทียบเท่าปริมาณคาเฟอีนในกาแฟขนาดถ้วยกลาง

3. ผู้เชี่ยวชาญของแคนาดาแนะนำว่าควรให้เครื่องดื่มผสมคาเฟอีนจำหน่ายที่ร้านขายยาเท่านั้น


วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

ปริมาณ Caffeine ที่กำหนดตามกฎหมาย

ปริมาณคาเฟอีน (Caffeine) หรือในกฎหมายใช้คำว่า "กาเฟอีน" ที่กำหนดตามกฎหมายในเครื่องดื่มแต่ละชิดมีความแตกต่างกัน มีการระบุปริมาณคาเฟอีน หรือการระบุคำเตือนที่แตกต่างกันด้วย

เครื่องดื่มกาแฟพร้อมบริโภคชนิดเหลว เช่น กาแฟกระป๋อง กาแฟขวด จะมีความเข้มข้นของคาเฟอีนไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร หากภาชนะบรรจุมีปริมาตร 180 มิลลิลิตร เมื่อบริโภคหมดทั้งกระป๋องหรือขวด จะได้รับคาเฟอีนถึง 180 มิลลิกรัม แต่ไม่ปรากฏว่าต้องระบุคำเตือนแต่อย่างใด

เครื่องดื่มชาปรุงสำเร็จพร้อมบริโภคชนิดเหลว เช่น ชากระป๋อง ชาขวด ไม่กำหนดปริมาณคาเฟอีนสูงสุดไว้ เพียงแต่ให้ระบุว่ามีคาเฟอีนเท่านั้น และไม่ปรากฏว่าต้องระบุคำเตือนแต่อย่างใด

เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท เช่น น้ำอัดลมกระป๋อง น้ำอัดลมขวด กำหนดปริมาณคาเฟอีนไม่เกิน 15 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ให้ระบุว่ามีคาเฟอีนเท่านั้น และไม่ปรากฏว่าต้องระบุคำเตือนแต่อย่างใด

ส่วนเครื่องดื่มผสมคาเฟอีน กำหนดให้มีปริมาณคาเฟอีนไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อภาชนะบรรจุ ไม่ว่าภาชนะบรรจุนั้นจะมีขนาด 100 มิลลิลิตร หรือ 150 มิลลิลิตร ก็ตาม กลับต้องมีคำเตือนทั้งที่ฉลากอาหารและในโฆษณาอีกด้วย

รายละเอียดแสดงดังตาราง






ภาพที่แสดงคือตัวอย่างความผิดปกติของกฎหมายที่กำหนดโดยอำนาจรัฐ หากกล่าวว่าคาเฟอีนมีโทษทำไมจึงควบคุมแค่เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน ทั้งที่รับประทานวันละ 2 ขวดก็ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม ขณะที่ดื่มกาแฟกระป๋อง เช่น โรบัสต้า อาจได้คาเฟอีนถึง 180 มิลลิกรัม หากกล่าวว่าเคเฟอีนไม่มีโทษ (หรือมีน้อยมาก) ก็มีคำถามต่อไปว่า ทำไมจึงต้องควบคุมเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนมากมายขนาดนั้น ทั้งที่ปริมาณคาเฟอีนรวมที่จะได้รับอาจน้อยกว่ากาแฟกระป๋อง

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าควคุมเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนเป็นพิเศษนั้น เนื่องจากต้องเติมคาเฟอีนสังเคราะห์ลงไป คงจะต้องตอบคำถามว่า คาเฟอีนจากการสังเคราะห์ที่เติมลงไปกับคาเฟอีนที่มาจากธรรมชาติให้ผลทาง pharmacokinetics หรือ pharmacodynamics ต่างอย่างไร

เราจะกำหนดปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มกาแฟพร้อมบริโภคชนิดเหลวเช่นเดียวกับเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนหรือไม่ หรือจะกำหนดคำเตือนแบบเดียวกับเครื่องดื่มผสมคาเฟอีน  เช่น ห้ามดื่มเกินวันละ.....กระป๋อง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม หรือควรจะยกเลิกคำเตือนบนเครื่องดื่มผสมคาเฟอีน หรือไม่ต้องทำอะไรเลย?