แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาชีพเภสัชกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาชีพเภสัชกรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

ประกาศสภาเภสัชกรรมที่ 3/2557 เรื่อง บุคคลอื่นได้แสดงตนว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ (เภสัชกร) ในเขตพื้นที่ของการชุมนุมทางการเมือง

ประกาศสภาเภสัชกรรม
ที่ ๓/๒๕๕๗ 
เรื่อง บุคคลอื่นได้แสดงตนว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ (เภสัชกร) ในเขตพื้นที่ของการชุมนุมทางการเมือง

          ตามที่ปรากฏว่ามีกรณีบุคคลอื่นซึ่งได้แสดงตนว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ (เภสัชกร) ในเขตพื้นที่ของการชุมนุมทางการเมือง โดยไม่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิฃาเภสัชศาสตร์และไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพจากสภาเภสัชกรรม ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้รับบริการนั้น

          สภาเภสัชกรรมในฐานะองค์กรซึ่งผดุงไว้ซึ่งสิทธิและความเป็นธรรมให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว สภาเภสัชกรรมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวข้างต้นเป็นการกระทำผิดตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.๒๕๓๗ ด้วยการใช้คำหรือข้อความด้วยตัวอักษรไทยว่า เภสัชกร หรือใช้อักษรย่อของคำดังกล่าว (ภก.) หรือใช้อักษรย่อของวุฒิดังกล่าวประกอบกับชื่อหรือชื่อสกุลของตน โดยไม่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาเภสัชศาสตร์ ซึ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้รับบริการหรือประชาชนที่จะได้รับบริการจากเภสัชกรที่แท้จริง และไม่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะมีเภสัชกรคอยคุ้มครองดูแลความปลอดภัยจากการใช้ยา อีกทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.๒๕๓๗ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการกระทำที่ฝ่าฝืนดังกล่าวทำให้สภาเภสัชกรรมได้รับความเสียหาย

          ดังนั้น หากปรากฏว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมที่อ้างว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาเภสัชศาสตร์และไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพจากสภาเภสัชกรรม ขอให้แจ้งมายังสภาเภสัชกรรม เพื่อสภาเภสัชกรรมจะได้ดำเนินการแจ้งความตามกฎหมายกับบุคคลนั้นต่อไป

          จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๗

(เภสัชกร รองศาสตราจารย์พิเศษกิตติ พิทักษ์นิตินันท์)
นายกสภาเภสัชกรรม




หมายเหตุ
          มาตรา ๒๙  ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำหรือข้อความด้วยอักษรไทยหรืออักษรต่างประเทศว่า เภสัชกร เภสัชกรหญิง แพทย์ปรุงยา นักปรุงยา หรือใช้อักษรย่อของคำดังกล่าว หรือใช้คำแสดงวุฒิการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ หรือใช้อักษรย่อของวุฒิดังกล่าวประกอบกับชื่อหรือชื่อสกุลของตน หรือใช้คำหรือข้อความอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม  ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวให้แก่ตน เว้นแต่ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาเภสัชศาสตร์

          มาตรา ๕๑  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

เภสัชกรต้องโฆษณาสินค้าอย่างไรให้ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ


เรื่องราวดังต่อไปนี้ มีพื้นฐานมาจากเรื่องจริงที่เคยการพิจารณาของสภาเภสัชกรรมและศาลปกครองสูงสุดมาแล้ว เป็นกรณีที่เภสัชกรที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ได้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาน้ำสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยวิธีการโฆษณานั้นมีลักษณะดังนี้ 


          1. โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ยาน้ำสมุนไพร ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาของบริษัทขายตรงว่า ชื่อของยาน้ำ หมายความว่า ยืนยาวเป็นนิรันดร กินแล้วอายุยืนยาว ชะลอความแก่ เป็นยาอายุวัฒนะ กินแล้วปรับสมดุลของห้าธาตุ มีพลังชีวิต โรคทุกโรคหายหมด กินดีทุกโรค และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มีสรรพคุณกินเข้าไปได้ครบทุกอย่าง เป็นยาอายุวัฒนะ เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 88 (1) (2) และ (8) ประกอบมาตรา 88 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
          2. โฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีลักษณะเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณ โดยไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับและมีการเผยแพร่ อันเป็นการหลอกลวงและจูงใจให้ผู้ฟังหลงเชื่อและตัดสินใจซื้อไปรับประทาน ซึ่งมีลักษณะเป็นเชิงพาณิชย์ มิใช่เป็นการให้ความรู้หรือข้อเท็จจริงทางวิชาการ ทั้งยังเป็นการโฆษณาเพื่อประโยชน์ทางการค้าทางเครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามมาตรา 40 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
           3. การโฆษณามีลักษณะซ้ำซากหลายครั้งต่อเนื่องเป็นเวลานาน เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลจำนวนมาก

สภาเภสัชกรรม พิจารณาจากข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งเภสัชกรรม พ.ศ.2538 เห็นว่ากรณีนี้ผู้ฟ้องคดีไม่รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเภสัชกรรม กระทำผิดจริงและมีลักษณะซ้ำซากหลายครั้งต่อเนื่องเป็นเวลานาน เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลจำนวนมากการพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 1 ปี 

เภสัชกรคนนี้ไม่พอใจผลการตัดสินว่า (เพราะตนเองก็มีความรู้) จึงได้ฟ้องศาลปกครอง โดยบอกว่าสภาเภสัชกรรมตัดสินไม่ถูกที่พักใช้ใบอนุญาต และพักใช้ใบอนุญาตนานถึง 1 ปี จนกระทั่งคดีขึ้นสู่ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองสูงสุดก็พิจารณาจากพฤติกรรมของเภสัชกรคนนี้ก็เห็นว่าสภาเภสัชกรรมตัดสินได้ถูกต้องแล้ว ดังที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 689/2555


ดังนั้น จากคดีดังกล่าวนี้ เทคนิคการโฆษณาสินค้าที่จะทำให้ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มีดังนี้

1. ต้องโฆษณาโอ้อวดเกินจริง
2. โฆษณานั้นไม่ได้อาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ หรือมีข้อมูลรองรับแต่ข้อมูลนั้นไม่น่าเชื่อถือ 
3. มีการกระทำในเชิงการค้า ไม่มีลักษณะการให้ข้อมูลความรู้เชิงวิชาการ
4. โฆษณาซ้ำซาก หลายครั้ง ต่อเนื่อง เป็นเวลานาน ข้อมูลเผยแพร่ในหลายหลายพื้นที่ และก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลจำนวนมาก

เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง
จัดกิจกรรมการโฆษณาและการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างไร หลีกเลี่ยงการผิดกฎหมาย 
http://rparun.blogspot.com/2014/03/promotion.html
จัดส่งยาทางไปรษณีย์ทำได้เพียงใด
ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโฆษณาความรู้ความสามารถของตน สถานที่ประกอบธุรกิจของตนหรือสถานที่ตนปฏิบัติงาน ทำได้หรือไม่ 
สรุปข้อพึงระวังจรรยาบรรณวิชาชีพของเภสัชกร กรณีโฆษณาผลิตภัณฑ์ให้ธุรกิจเอกชน
http://rparun.blogspot.com/2011/09/ethicrx01.html
 

__________

นายปกครอง. คอลัมน์ คดีปกครอง: ใบอนุญาตถูกพักใช้...เพราะโอ้อวดสรรพคุณ (ยา) เกินจริง!. บ้านเมือง ฉบับวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556 หน้า 5




การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของยาหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้รักษา หรือบรรเทาอาการเจ็บป่วย รวมทั้งช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงนั้นมีให้เห็นอยู่เสมอ แต่การโฆษณาที่เกินความจริง ไม่อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือได้ ผู้โฆษณาอาจมีความผิดตามกฎหมาย และหากผู้ที่โฆษณาเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์หรือการสาธารณสุขด้วยแล้ว อาจส่งผลให้ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอีกด้วย

คดีปกครองที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เป็นเรื่องของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะและเป็นเภสัชกรประจำร้านขายยา (ผู้ฟ้องคดี) ได้โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ยาน้ำสมุนไพรและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ในการบรรยายให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาของบริษัทขายตรงว่า ชื่อของยาน้ำ หมายความว่า ยืนยาวเป็นนิรันดร กินแล้วอายุยืนยาว ชะลอความแก่ เป็นยาอายุวัฒนะ กินแล้วปรับสมดุลของห้าธาตุ มีพลังชีวิต โรคทุกโรคหายหมด กินดีทุกโรค และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มีสรรพคุณกินเข้าไปได้ครบทุกอย่าง เป็นยาอายุวัฒนะ

ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (สภาเภสัชกรรม) มีคำสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรของผู้ฟ้องคดีเป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากการโฆษณามีลักษณะโอ้อวดทำให้ผู้ฟังหลงเชื่อ และไม่มีข้อมูลทางวิชาการอ้างอิง อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฟังความข้างเดียว เป็นการตัดต่อเทปการบรรยายใส่ร้ายผู้ฟ้องคดี และเป็นการบรรยายในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตดังกล่าว

การที่ผู้ฟ้องคดีได้บรรยายสรรพคุณยาดังกล่าว ถือเป็นการโอ้อวดสรรพคุณยาอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 หรือไม่? ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ ห้ามมิให้โฆษณาขายยาในลักษณะเป็นการโอ้อวดสรรพคุณยา หรือวัตถุอันเป็นส่วนประกอบของยาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วยได้ อย่างศักดิ์สิทธิ์หรือหายขาด หรือใช้ถ้อยคำอื่นที่มีความหมายเดียวกัน หรือแสดงสรรพคุณยาอันเป็นเท็จหรือเกินความจริงหรือแสดงสรรพคุณว่าสามารถรักษาหรือป้องกันโรคหรืออาการของโรคที่รัฐมนตรีประกาศได้ (มาตรา 88 (1) (2) (8)) และการโฆษณาขายยาทางเครื่องขยายเสียง ทางฉายภาพหรือทางสิ่งพิมพ์นั้น จะต้องได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาจากผู้อนุญาตเสียก่อน (มาตรา 88 ทวิ (1) (2)) นอกจากนั้น พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ยังห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร และการโฆษณาจะต้องได้รับการตรวจพิจารณาจากผู้อนุญาต (มาตรา 40 และมาตรา 41)

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การบรรยายโฆษณายาน้ำสมุนไพร โดยมิได้ให้ความรู้หรือข้อเท็จจริงทางวิชาการเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพตามแนวทางแพทย์ทางเลือกด้วยสมุนไพร แต่เป็นการโอ้อวดสรรพคุณยาหรือวัตถุอันเป็นส่วนประกอบของยาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วยได้อย่างศักดิ์สิทธิ์หรือหายขาด และมีลักษณะเป็นเท็จหรือเกินความจริง และเป็นโรคหรืออาการของโรคที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศห้ามโฆษณา เป็นการบรรยายโดยใช้เครื่องขยายเสียงและฉายแผ่นใสโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามมาตรา 88 (1) (2) และ (8) ประกอบมาตรา 88 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510

ส่วนการบรรยายเกี่ยวกับอาหารเสริมที่มีลักษณะเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณ โดยไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับและมีการเผยแพร่ อันเป็นการหลอกลวงและจูงใจให้ผู้ฟังหลงเชื่อและตัดสินใจซื้อไปรับประทาน ซึ่งมีลักษณะเป็นเชิงพาณิชย์ มิใช่เป็นการให้ความรู้หรือข้อเท็จจริงทางวิชาการ ทั้งยังเป็นการโฆษณาเพื่อประโยชน์ทางการค้าทางเครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามมาตรา 40 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522

เมื่อผู้ฟ้องคดีบรรยายว่าตนเป็นเภสัชกร เป็นนักวิชาการที่จบการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก และแนะนำสรรพคุณยาน้ำสมุนไพรในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณในลักษณะดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นการใช้วิชาชีพเภสัชกรเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและชักจูงผู้ฟังให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาแผนปัจจุบันและหันมาใช้ยาหรืออาหารเสริมที่ผู้ฟ้องคดีแนะนำ อันเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งเภสัชกรรม พ.ศ.2538 จึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีไม่รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเภสัชกรรม ตามที่ข้อบังคับดังกล่าวกำหนดไว้เมื่อผู้ฟ้องคดีกระทำผิดจริง และมีลักษณะซ้ำซากหลายครั้งต่อเนื่องเป็นเวลานาน เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลจำนวนมากการพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 1 ปี จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 689/2555) คดีนี้นอกจากจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับ ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกร ว่า จะต้องรักษาจรรยาบรรณ โดยการรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพในระดับที่ดีที่สุด และจะต้องไม่ใช้วิชาชีพของตนเพื่อจูงใจ ชักชวน หรือให้คำรับรองที่เป็นเท็จหรือเกินจริง อันจะส่งผลให้บุคคลอื่นเสียหายแล้ว ยังเป็นข้อเตือนใจแก่ประชาชนทั่วไปว่า ในการเลือกซื้อเลือกใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ นั้น ควรที่จะระมัดระวังในการรับข้อมูลจากสื่อต่างๆ โดยต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ด้วย เช่น การสอบถามจากแพทย์โดยตรง หรือการอ่านเอกสารที่เชื่อถือได้ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตครับ!

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

นิยาม industrial pharmacy (เภสัชกรรมอุตสาหการ) และ industrial pharmacist (เภสัชกรอุตสาหการ)



          สภาเภสัชกรรมมีหนังสือที่ สภ 01/01/1061 ลงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2556 ไปยังราชบัณฑิตยสถานเพื่อขอให้พิจารณาร่างศัพท์บัญญัติและนิยามศัพท์ industrial pharmacy และ industrial pharmacist
          ราชบัณฑิตยสถานโดยคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์เภสัชศาสตร์ได้พิจารณาแล้ว มีหนังสือที่ รถ 0003/208 เรื่อง นิยามศัพท์เภสัชกรรมอุตสาหการ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 โดยให้ความหมายไว้ว่า
                    Industrial pharmacy บัญญัติว่า “เภสัชกรรมอุตสาหการ” หมายถึง วิทยาการสาขาหนึ่งของวิชาชีพเภสัชกรรมซึ่งเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเภสัชภัณฑ์ (รวมทั้งผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกี่ยวข้อง) การผลิตตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการถึงระดับอุตสาหกรรม การประกันคุณภาพ และการนำเภสัชภัณฑ์สู้ท้องตลาด
                    Industrial pharmacist บัญญัติว่า “เภสัชกรอุตสาหการ” หมายถึง เภสัชกรที่ปฏิบัติงานด้านเภสัชกรรมอุตสาหการ 



เอกสารอ้างอิง
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. ราชบัณฑิตยสถานให้นิยามคำศัพท์ "เภสัชกรรมอุตสาหการ". http://www.pharm.su.ac.th/sites/default/files/public/other/definition-rx-indus.pdf


วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประกาศสภาเภสัชกรรมที่ 2/2557 เรื่อง เภสัชกรแสดงตัวในสถานประกอบการเพียงเพื่อรับการตรวจสอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่

สภาเภสัชกรรม ได้มีประกาศสภาเภสัชกรรมที่ 2/2557 เรื่อง เภสัชกรแสดงตัวในสถานประกอบการเพียงเพื่อรับการตรวจสอบจากพนักงานเจ้า หน้าที่ ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2557 ดังนี้
 



ประกาศสภาเภสัชกรรม
ที่ ๒/๒๕๕๗
เรื่อง เภสัชกรแสดงตัวในสถานประกอบการเพียงเพื่อรับการตรวจสอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่

           ตามที่ปรากฏว่ามีกรณีเภสัชกรได้แสดงตัวในสถานประกอบการเพียงเพื่อรับการตรวจ สอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่ได้เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในสถานประกอบการดังกล่าวและไม่ได้มีจุด มุ่งหมายอย่างแท้จริงว่าเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติ การ เพื่อทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้รับบริการ ตลอดจนประชาชนทั่วไปเกิดความหลงเชื่อว่าสถานประกอบการนั้น มีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ในเฉพาะช่วงเวลาที่มีพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หรือมีลักษณะเป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนเภสัชกรอื่นซึ่งมีเจตนาหลบเลี่ยง ไม่มาทำหน้าที่เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในสถานประกอบการนั้น

           สภาเภสัชกรรมในฐานะองค์กรควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมให้ ถูกต้องตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเภสัชกรรม ได้ตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นดังกล่าว คณะกรรมการสภาเภสัชกรรม ในการประชุมครั้งที่ ๒๒๔ (๒/๒๕๕๗) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗ ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำดังกล่าวข้างต้นเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้รับบริการ หรือประชาชนที่จะได้รับบริการจากเภสัชกร หรือไม่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะมีเภสัชกรคอยคุ้มครองดูแลความปลอดภัยจาก การใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นเหตุให้เสื่อมเสียต่อเกียรติ ศักดิ์แห่งวิชาชีพ เป็นการสนับสนุนให้มีการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เภสัชกรรม พ.ศ.๒๕๓๘ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเภสัชกรในภาพรวมและในระยะยาว

           ดังนั้น หากปรากฏว่าเภสัชกรคนใดมีพฤติกรรมที่อาจเป็นการฝ่าฝืนจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เภสัชกรรม ขอให้แจ้งมายังสภาเภสัชกรรม เพื่อสภาเภสัชกรรมจะได้ดำเนินการพิจารณาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเภสัชกรรมกับ เภสัชกรผู้นั้นต่อไป และสภาเภสัชกรรมขอชื่นชมเภสัชกรทุกคนที่ยึดมั่นในสวัสดิภาพและความปลอดภัย ของประชาชน ตลอดจนปฏิบัติตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างเคร่งครัด
จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗

(เภสัชกร รองศาสตราจารย์พิเศษกิตติ พิทักษ์นิตินันท์)
นายกสภาเภสัชกรรม

----------
ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ http://pharmacycouncil.org/share/file/file_849.ประกาศสภาฯ-2-2557.pdf

หมายเหตุ ติดต่อสภาเภสัชกรรมได้ที่
สำนักงานเลขาธิการสภาเภสัชกรรม อาคาร 6 ชั้น 7
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
ต.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี
11000

โทร.025901877
โทรสาร 025918298
email: pharthai@pharmacycouncil.org

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประกาศปฏิญญาเภสัชกรรมไทย 100 ปี การขับเคลื่อนบทบาทเภสัชกรรมเพื่อสังคมในศตวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2557-2656)

          เราเภสัชกรและนิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่ได้เข้าประชุมสมัชชาเภสัชกรรมไทย 100 ปี (พ.ศ. 2556) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ “100 ปี วิชาชีพเภสัชกรรมและการศึกษาเภสัชศาสตร์:บทบาทเภสัชกรต่อสังคมไทยในศตวรรษที่ 2” ระหว่างวันที่ 1012 มกราคม พ.ศ. 2557 ณ ห้องประชุม ตั้ว ลพานุกรม อาคาร 80 ปี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร จำนวน 650 คน ขอประกาศเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาระบบยาและวิชาชีพเภสัชกรรม เพื่อประโยชน์และสุขภาวะของประชาชนโดยคำนึงถึงเกียรติ ศักดิ์ศรีของวิชาชีพ อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม ในวาระ หนึ่งศตวรรษเภสัชกรรมไทย ดังนี้

          1. เราจักประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
          2. เราจักพัฒนาตนให้มีความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นผู้นำอย่างมีวิสัยทัศน์เท่าทันสถานการณ์ พร้อมต่อการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนร่วมมือกับบุคลากรสาธารณสุขและภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม
          3. เราจักมุ่งมั่นพัฒนาสมรรถนะและบทบาทเภสัชกร ให้สามารถติดตามดูแลด้านยาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
          4. เราจักบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาเภสัชกรรมอุตสาหการรวมทั้งด้านทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ ให้มีความก้าวหน้า พึ่งตนเองได้ มีมาตรฐานระดับสากล และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์แห่งชาติที่เกี่ยวข้อง
          5. เราจักมุ่งมั่นในการสร้างและพัฒนาระบบการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพของไทย ให้มีประสิทธิภาพ มีความเข้มแข็ง โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยยึดประโยชน์ของสังคม และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นอิสระ ปลอดจากอิทธิพลทางการเมืองและธุรกิจ
          6. เราจักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้รับบริการ และชุมชน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพ และความเข้มแข็ง ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิการบริโภคด้านยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสุขภาพ
          7. เราจักมุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญและขับเคลื่อนให้เกิดหลักประกันความมั่นคงและความ ก้าวหน้าในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
          8. เราจักพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรวิชาชีพเภสัชกรรม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหสาขาวิชาชีพ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
          9. สถาบันการศึกษาเภสัชศาสตร์จักผลิตและพัฒนาเภสัชกรให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถเชิงทักษะ เพื่อการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยสุจริต ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้สังคมและผู้รับบริการได้รับประโยชน์สูงสุด ปลอดภัย และมีความพึงพอใจ โดยความร่วมมือของสภาเภสัชกรรมและองค์กรวิชาชีพ