แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ phenylephrine แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ phenylephrine แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

ระดับการควบคุมฟีนิลเอฟรีน (Phenylephrine) ในแต่ละประเทศ


ภก.ปรุฬห์ รุจนธำรงค์

          ฟีนิลเอฟรีน (phenylephrine) ปกติใช้เป็นยาหดหลอดเลือด (vasoconstrictor) ซึ่งมีทั้งรูปแบบยารับประทาน ยาใช้สำหรับตา จมูก ยาฉีด หรือยาสวนทวารหนัก เป็นยาอีกตัวหนึ่งที่หลายประเทศมีระดับการควบคุมที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ด้วยข้อจำกัดของการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละประเทศทั้งในเรื่องของข้อมูลที่แสดงต่อสาธารณะของประเทศนั้น หรือข้อจำกัดด้านภาษา จึงอาจจะนำมาแสดงได้ไม่ครบทั้งหมด แต่พอที่จะประมวลผลได้ดังนี้

ประเทศไทย
สถานะของยาที่มี phenylephrine เป็นส่วนประกอบในปัจจุบัน เป็นดังนี้
(1) กรณีทั่วไป เช่น ยาเดี่ยว ยาอันตราย ลำดับที่ 9
(2) ฟีนิลเอฟรีน(phenylephrine) ขนาดไม่เกิน 10มิลลิกรัม ผสมกับ คลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ขนาดไม่เกิน4 มิลลิกรัม หรือบรอมเฟนิรามีน (brompheniramine) ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม ที่ผลิตขึ้นเป็นยาบรรจุเสร็จชนิดเม็ดหรือแคปซูล เป็นยาที่ไม่ใช่ยาอันตราย โดยต้องมีขนาดบรรจุแผงละ 4 และ 10 เม็ด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24, ราชกิจจานุเบกษา 19 กันยายน 2554)
(3) ฟีนิลเอฟรีน (phenylephrine) ขนาดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม ผสมกับ พาราเซตามอล (paracetamol) และคลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม หรือบรอมเฟนิรามีน (brompheniramine) ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม ที่ผลิตขึ้นเป็นยาบรรจุเสร็จชนิดเม็ดหรือแคปซูล เป็นยาที่ไม่ใช่ยาอันตราย โดยต้องมีขนาดบรรจุแผงละ 4 และ 10 เม็ด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24, ราชกิจจานุเบกษา 19 กันยายน 2554)
(4) สูตรผสม phenylephrine กับยาอื่นใน (2) และ (3) ถ้ามีสูตรอื่นที่ไม่ใช่ยาเม็ดหรือแคปซูล เป็นยาอันตราย เนื่องจากยังไม่มีประกาศยกเว้นไว้
(5) สูตรที่ใช้สำหรับหยอดจมูก ตามตำรายาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศ ไม่เป็นยาอันตราย (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24, ราชกิจจานุเบกษา 19 กันยายน 2554)

รายละเอียด ศึกษาได้ที่ ปรุฬห์ รุจนธำรงค์. สถานะของยาที่มี phenylephrine เป็นส่วนประกอบ [ออนไลน์]. http://rparun.blogspot.com/2011/10/phenylephrine.html  (8 ตุลาคม 2554)

แคนาดา
กรณีที่เป็น Phenylephrine และเกลือซึ่งเตรียมในรูปสูตรตำรับสำหรับยาตาหรือยาฉีด ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 2.5% จัดอยู่ใน Schedule F part I (ต้องใช้ใบสั่งแพทย์)

นิวซีแลนด์
การจัดประเภทอาศัยอำนาจตามความมาตรา106(1) แห่ง the Medicines Act 1981 จัดอยู่ใน Schedule 3 โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.2011 กำหนดให้ Phenylephrine สำหรับใช้เฉพาะจมูก ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่า 1% หรือใช้สำหรับตาซึ่งมีความเข้มข้น 1-5% หรือสำหรับรับประทานซึ่งมีขนาดยามากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อขนาดยาที่แนะนำให้ใช้ในแต่ละวัน แต่ไม่มากกว่า 250 มิลลิกรัมต่อภาชนะบรรจุ ในยาที่ใช้สำหรับรักษาอาการไอและอาการหวัดในเด็กอายุ 6 – 12 ปี จัดอยู่ในประเภทยาเฉพาะร้านยาเท่านั้น (Pharmacy-only Medicines)  แต่ถ้ามีความเข้มข้นหรือมีปริมาณน้อยกว่า ให้เป็นยาที่ขายได้โดยทั่วไป (Medicines for General Sale)

Classification of Medicines. New Zealand Gazette. Notice 267,  20 January 2011, page 86  http://www.dia.govt.nz/Pubforms.nsf/NZGZT/NZGazette5Jan11.pdf/$file/NZGazette5Jan11.pdf


สหรัฐอเมริกา
หากเข้าข่ายดังต่อไปนี้ จัดเป็นยาประเภท over-the-counter (OTC)
- สำหรับใช้เป็น Ophthalmic vasoconstrictor สำหรับตา ขนาดความเข้มข้นน้อยกว่า 0.08%
- เป็นส่วนประกอบใน Ophthalmic vasoconstrictor สำหรับตา ขนาดความเข้มข้น 0.08 – 0.2%
- เป็นส่วนประกอบในยาลดอาการคัดจมูก ชนิดยารับประทาน ซึ่งมีตัวยาสำคัญเป็น Phenylephrine hydrochloride, หรือเป็น Phenylephrine bitartrate ชนิดรูปแบบเม็ดฟู่ก็ได้ (ตัวอย่าง Phenylephrine hydrochloride 10 mg + Ibuprofen 200 mg หรือ Phenylephrine hydrochloride 10 mg + Ibuprofen 200 mg + chlorpheniramine 4 mg)
- สำหรับใช้เป็น Topical nasal decongestants
- เป็นส่วนประกอบในยาหดหลอดเลือด (vasoconstrictor) ชนิดสอดทวารหนัก โดยมีความเข้มข้นเพียง 0.25%

ดูรายการปรับเปลี่ยนสถานะได้ที่ http://www.fda.gov/Drugs/InformationOnDrugs/ucm086229.htm

ข้อสังเกต คำว่า ยา OTC (over-the-counter) บอกสถานะเพียงว่าไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ แต่หากเทียบกับในประเทศไทย อาจเป็นได้ทั้งยาสามัญประจำบ้าน ยาที่ไม่ใช่ยาอันตราย หรือยาอันตรายก็ได้


สหราชอาณาจักร
(1) ปกติจัดเป็น Pharmacy medicine (ผลิตภัณฑ์ยาซึ่งไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ และไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถจำหน่ายได้โดยทั่วไป หรือกล่าวได้ว่าต้องจ่ายในร้านยา)
(2) จะเข้าเงื่อนไขเป็นยาที่สามารถขายได้ทั่วไป เมื่อเป็นยาใช้ภายใน (ยกเว้นยาหยอดจมูกหรือพ่นจมูก) ซึ่งใช้สำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป โดยมีขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม

สิงคโปร์
1. General Sale List ยาที่สามารถขายได้โดยทั่วไป
Phenylephrine HCl 2.5 mg + Paracetamol 250 mg + Caffeine (anhydrous) 15 mg รูปแบบแคปซูล
Phenylephrine HCl 5 mg + Paracetamol 200 mg + Caffeine 10 mg รูปแบบแคปซูล
Phenylephrine HCl 5 mg + Paracetamol 250 mg + Caffeine (anhydrous) 30 mg รูปแบบเม็ด
Phenylephrine HCl 5 mg + Paracetamol 450 mg + Caffeine (anhydrous) 30 mg รูปแบบเม็ด
Phenylephrine HCl 5 mg + Paracetamol 400 mg + Caffeine 30 mg รูปแบบยาเม็ด
Phenylephrine HCl 5 mg + Paracetamol 400 mg + Caffeine 30 mg + Ascorbic acid 50 mg
รูปแบบยาเม็ด
Phenylephrine HCl 5 mg + Paracetamol 500 mg รูปแบบยาเม็ด
Phenylephrine HCl 5 mg + Paracetamol 500 mg + Caffeine 25 mg รูปแบบยาเม็ด
Phenylephrine HCl 6.1 mg + Paracetamol 500 mg + Caffeine 25 mg รูปแบบแคปซูล
Phenylephrine HCl 10 mg + Paracetamol 500 mg รูปแบบยาเม็ด

Phenylephrine HCl 10 mg + Paracetamol 650 mg + Ascorbic acid 15 mg รูปแบบผงละลายน้ำ
Phenylephrine HCl 10 mg + Paracetamol 650 mg  รูปแบบผงละลายน้ำ
Phenylephrine HCl 10 mg + Paracetamol 750 mg + Ascorbic acid 60 mg รูปแบบผงละลายน้ำ
Phenylephrine HCl 12.20 mg + Paracetamol 1000 mg  รูปแบบแกรนูล หรือรูปแบบผงละลายน้ำ

Phenylephrine HCl 4.5 mg/5 ml + Liquorice extract 60 mg/5 ml + Ammonium Chloride 120mg/5 ml รูปแบบยาน้ำเชื่อมสำหรับรับประทาน (syrup)
Phenylephrine HCl 5 mg/5 ml + Guaifenesin 100 mg/ 5 ml รูปแบบยาน้ำเชื่อมสำหรับรับประทาน (syrup)

Phenylephrine HCl 1.2 mg/ml รูปแบบ Ophthalmic solution

Phenylephrine HCl 0.25% + Shark liver oil 3% + Mineral oil 14% + Petroleum 71.9% รูปแบบ topical ointment

Phenylephrine HCl 5 mg/ml + Lignocaine HCl 50 mg/ml + Benzalkonium Chloride 0.1 mg/ml รูปแบบ Nasal Spray

Phenylephrine HCl 0.25%w/w + Witch Hazel 50%w/w รูปแบบ rectal gel
Phenylephrine HCl 0.25% + Shark liver oil 3% + Cocoa butter 85.5% รูปแบบ Rectal Suppository

2. Pharmacy Only ยาที่ขายในร้านยา อยู่ในความควบคุมของเภสัชกร
Phenylephrine 10 mg + Paracetamol 500 mg + Chlorpheniramine maleate 2 mg รูปแบบยาเม็ด
Phenylephrine 5 mg + Paracetamol 500 mg + Chlorpheniramine maleate 2 mg + caffeine 12.5 mg รูปแบบยาเม็ด
Phenylephrine 5 mg + Paracetamol 300 mg + Chlorpheniramine maleate 1 mg + Ascorbic acid 25 mg รูปแบบยาเม็ด
Phenylephrine 5 mg/5 ml + Brompheniramine 2 mg/5 ml รูปแบบอิลิกเซอร์
Phenylephrine 5 mg/5 ml + Diphenhydramine 12.5 mg/ 5ml + Glyceryl Guiacolate 5 mg/ml รูปแบบ oral solution

3. Prescription Only ยาที่ต้องจ่ายตามใบสั่งแพทย์
Phenylephrine HCl 1% + Cyclopentolate HCl 0.2% รูปแบบ Ophthalmic solution
Phenylephrine HCl 2.5%w/v รูปแบบ Ophthalmic solution

Phenylephrine HCl 10%w/v รูปแบบ Ophthalmic solution

ข้อสังเกต
1. หากมียาต้านฮิสตามีน (antihistamine) ผสมด้วยจะจัดเป็นประเภท pharmacy only ทันที
2. ประเทศไทยห้ามใช้ Caffeine เป็นส่วนผสมในยาแก้ปวด (เนื่องจากเป็นสูตรที่ถูกเพิกถอนทะเบียนตำรับยา)

ออสเตรเลีย
Phenylephrine ตาม Poisons Standard 2011 ซึ่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 52D(2)(b) แห่ง The Therapeutic Goods Act 1989 ซึ่งมีสถานะการควบคุมดังนี้
(1) โดยทั่วไปอยู่ใน Schedule 2 Pharmacy medicine ซึ่งเป็นสารที่ปลอดภัยในการใช้หรืออาจจะต้องการคำแนะนำจากเภสัชกรไม่ว่าจะอยู่ในร้านยาหรือไม่ก็ตาม นอกจากที่กำหนดให้อยู่ใน Schedule อื่น
(2) สูตรตำรับที่เป็นยาฉีด อยู่ใน Schedule 4 Prescription Only Medicine ซึ่งเป็นสารที่จะรับจากเภสัชกรได้ต่อเมื่อมีใบสั่งจากแพทย์
(3) สูตรตำรับสำหรับมนุษย์ที่ใช้กับตาซึ่งมีความเข้มข้นน้อยกว่าร้อยละ 1 ยกเว้นการอยู่ใน Schedule 2 Pharmacy medicine แต่ถ้ามีความเข้มข้นมากกว่าร้อยละ 5 อยู่ใน Schedule 4 Prescription Only Medicine
(4) สูตรตำรับยาหยอดจมูกที่มีความเข้มข้นของ Phenylephrine ไม่เกินร้อยละ 1 ยกเว้นการอยู่ใน Schedule 2 Pharmacy medicine
(5) Phenylephrine ในสูตรตำรับซึ่งประกอบด้วยขนาดยาไม่เกิน 50 mg ต่อขนาดยาที่แนะนำให้ใช้ในแต่ละวัน ในภาชนะบรรจุที่มีปริมาณ Phenylephrine ไม่เกิน 250 mg ยกเว้นที่จัดอยู่ใน Schedule 2 Pharmacy medicine
         
แอฟริกาใต้
Phenylephrine อยู่ใน Schedule I ห้ามบุคคลใดขายเว้นแต่บุคคลนั้นเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร และห้ามขายแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เว้นแต่จ่ายตามใบสั่งแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ และต้องจ่ายโดยเภสัชกร เภสัชกรฝึกหัด ผู้ช่วยเภสัชกร ยกเว้นสูตรตำรับยาตาที่มีความเข้มข้นไม่เกิน 0.2%


__________
หมายเหตุ
หากมีการเพิ่มเติมข้อมูล โปรดติดตามจากต้นฉบับของบทความนี้เป็นระยะ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง สถานะของยาที่มี phenylephrine เป็นส่วนประกอบ  

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สถานะของยาที่มี phenylephrine เป็นส่วนประกอบ

ปรุฬห์ รุจนธำรงค์


หลังจากที่มีนโยบายปรับให้ยาสูตรผสมซูโดอีเฟดรีน (pseudoephedrine) เป็นส่วนประกอบ ทั้งชนิดเม็ด แคปซูล และชนิดน้ำ ยกเว้นที่มีพาราเซตามอล เป็นส่วนประกอบ ให้เป็นยาควบคุมพิเศษ และจะมีมาตรการใช้ให้เฉพาะในสถานพยาบาลของรัฐและสถานพยาบาลเอกชนประเภทรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน เนื่องจากเหตุผลต้องการควบคุม pseudoephedrine เนื่องจาก pseudoephedrine สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารเสพติด methamphetamine ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24 ซึ่งประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 19 กันยายน 2554) ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงสถานะของยาสูตรผสมที่มี phenylephrine บางรายการ ลดสถานะจากยาอันตราย ซึ่งขายได้เฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันประเภท ขย.1 และห้ามโฆษณาโดยตรงต่อประชาชน เป็นยาที่ไม่ใช่ยาอันตราย สามารถขายในร้านขายยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ หรือ ร้านขายยา ขย.2 นอกจากนี้ยังสามารถโฆษณาโดยตรงต่อประชาชนได้




สถานะของยาที่มี phenylephrine เป็นส่วนประกอบในปัจจุบัน เป็นดังนี้


(1) กรณีทั่วไป เช่น ยาเดี่ยว หรือไม่เข้าเงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ (ตัวอย่างตาม (2) (3) (5)) ยาอันตราย ลำดับที่ 9


(2) ฟีนิลเอฟรีน(phenylephrine) ขนาดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม ผสมกับ คลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ขนาดไม่เกิน4 มิลลิกรัม หรือบรอมเฟนิรามีน (brompheniramine) ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม ที่ผลิตขึ้นเป็นยาบรรจุเสร็จชนิดเม็ดหรือแคปซูล เป็นยาที่ไม่ใช่ยาอันตราย โดยต้องมีขนาดบรรจุแผงละ 4 และ 10 เม็ด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24, ราชกิจจานุเบกษา 19 กันยายน 2554) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

รายการที่ 1

ตัวยาสำคัญใน 1 เม็ด/แคปซูล ประกอบด้วย

Phenylephrine ขนาดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม
Antihistamines ได้แก่ Chlorpheniramine ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม
หรือ Brompheniramine ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เนื่องจากหวัด
ขนาดและวิธีใช้ ผู้ใหญ่รับประทาน ครั้งละ 1 2 เม็ดหรือแคปซูล ทุก 4 6 ชั่วโมง
(ทั้งนี้ขนาดรับประทานที่เหมาะสมให้คณะอนุกรรมการพิจารณาการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ที่เป็นยาสามัญ พิจารณาตามขนาดที่ถูกต้องตามสูตรตำรับที่ผู้รับอนุญาตฯ ขอขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยขนาดรับประทานของ Phenylephrine ไม่เกินวันละ 60 มิลลิกรัม)

คำเตือนบนฉลาก (ให้ระบุคำเตือนข้อ 1 และ ข้อ 2 ด้วยตัวอักษรที่ชัดเจนไว้ในกรอบสีแดง)
1. ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ ผู้ที่กำลังมีอาการหอบหืด โรคต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือปัสสาวะขัด นอกจากแพทย์สั่ง
2. ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน
3. ยานี้ทำให้ง่วงซึม จึงไม่ควรขับขี่ยานยนต์หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง
4. ไม่ควรรับประทานร่วมกับสุรา หรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
5. ระวังการใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ระยะ 3 เดือนแรกและสตรีให้นมบุตร

คำเตือนในเอกสารกำกับยา
1. ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ ผู้ที่กำลังมีอาการหอบหืด โรคต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือปัสสาวะขัด นอกจากแพทย์สั่ง
2. ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน
3. ยานี้ทำให้ง่วงซึม จึงไม่ควรขับขี่ยานยนต์หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง
4. ไม่ควรรับประทานร่วมกับสุรา หรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
5. ระวังการใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ระยะ 3 เดือนแรกและสตรีให้นมบุตร
6. ยานี้ทำให้ปากแห้ง ปัสสาวะขัด เสมหะเหนียวข้น ตาพร่า วิงเวียนและสับสนได้
7. เด็กและผู้สูงอายุ จะไวต่อยานี้มากขึ้น ทำให้ง่วงนอน วิงเวียน ประสาทหลอน ปากแห้ง ปัสสาวะคั่ง ความดันโลหิตต่ำ หงุดหงิด นอนไม่หลับ และบางรายอาจมีอาการชักได้ (Paradoxical reaction)
8. ระวังการใช้ยานี้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยากลุ่ม Benzodiazepines ยาที่มีฤทธิ์แอนติโคลิเนอร์จิก และยาต้านอาการซึมเศร้าชนิดต่าง ๆ
9. ระวังการใช้ยานี้ใน ผู้ที่มีประวัติโรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง

การเก็บรักษา เก็บในที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส

ขนาดบรรจุ แผงละ 4 และ 10 เม็ด


(3) ฟีนิลเอฟรีน (phenylephrine) ขนาดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม ผสมกับ พาราเซตามอล (paracetamol) ขนาดไม่เกิน 325 มิลลิกรัมและคลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม หรือบรอมเฟนิรามีน (brompheniramine) ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม ที่ผลิตขึ้นเป็นยาบรรจุเสร็จชนิดเม็ดหรือแคปซูล เป็นยาที่ไม่ใช่ยาอันตราย โดยต้องมีขนาดบรรจุแผงละ 4 และ 10 เม็ด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24, ราชกิจจานุเบกษา 19 กันยายน 2554) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

รายการที่ 2

ตัวยาสำคัญ ใน 1 เม็ด/แคปซูล ประกอบด้วย
Phenylephrine ขนาดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม
Paracetamol ขนาดไม่เกิน 325 มิลลิกรัม
Antihistamines ได้แก่ Chlorpheniramine ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม
หรือ Brompheniramine ขนาดไม่เกิน 4 มิลลิกรัม

สรรพคุณ บรรเทาอาการปวด ลดไข้ คัดจมูก น้ำมูกไหล เนื่องจากหวัด

ขนาดและวิธีใช้ ผู้ใหญ่รับประทาน ครั้งละ 1 – 2 เม็ด หรือ แคปซูล ทุก 4 – 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ


ห้ามรับประทานเกิน เม็ดหรือแคปซูลต่อวัน

(ทั้งนี้ ขนาดรับประทานที่เหมาะสมและปริมาณสูงสุดที่รับประทานต่อวัน ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาตำรับยาแผนปัจจุบันที่ใช้สำหรับมนุษย์พิจารณาตามขนาดที่ถูกต้อง ตามสูตรตำรับที่ผู้รับอนุญาต ฯ ขอขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยกำหนดให้ปริมาณ Paracetamol ที่ได้รับไม่เกิน 4 กรัมต่อวันและ Phenylephrine ไม่เกินวันละ 60 มิลลิกรัม)

คำเตือนบนฉลาก (ให้ระบุคำเตือนข้อ 1 และ ข้อ 2 ด้วยตัวอักษรที่ชัดเจนไว้ในกรอบสีแดง)
1. ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ ผู้ที่กำลังมีอาการหอบหืด โรคต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือปัสสาวะขัด
2. ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดที่ระบุไว้บนฉลากหรือเอกสารกำกับยา จะทำให้เป็นพิษต่อตับได้ และไม่ควรใช้ยานี้ ติดต่อกันเกิน 5 วัน
3. ยานี้ทำให้ง่วงซึม จึงไม่ควรขับขี่ยานยนต์หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง
4. ไม่ควรรับประทานร่วมกับสุรา หรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
5. ระวังการใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ระยะ 3 เดือนแรกและสตรีให้นมบุตร
คำเตือนในเอกสารกำกับยา
1. ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคเบาหวานโรคต่อมไทรอยด์ ผู้ที่กำลังมีอาการหอบหืด โรคต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือปัสสาวะขัด
2. ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดที่ระบุไว้บนฉลากหรือเอกสารกำกับยา จะทำให้เป็นพิษต่อตับได้ และไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน
3. ยานี้ทำให้ง่วงซึม จึงไม่ควรขับขี่ยานยนต์หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง
4. ไม่ควรรับประทานร่วมกับสุรา หรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
5. ระวังการใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ระยะ 3 เดือนแรกและสตรีให้นมบุตร
6. ยานี้ทำให้ปากแห้ง ปัสสาวะขัด เสมหะเหนียวข้น ตาพร่า วิงเวียนสับสนและเม็ดเลือดผิดปกติได้
7. เด็กและผู้สูงอายุ จะไวต่อยานี้มากขึ้น ทำให้ง่วงนอน วิงเวียน ประสาทหลอน ปากแห้ง ปัสสาวะคั่งความดันโลหิตต่ำ หงุดหงิด นอนไม่หลับ และบางรายอาจมีอาการชักได้ (Paradoxical reaction)
8. ระวังการใช้ยานี้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยากลุ่ม Benzodiazepines ยาที่มีฤทธิ์แอนติโคลิเนอร์จิก และยาต้านอาการซึมเศร้าชนิดต่าง ๆ
9. ระวังการใช้ยานี้ใน ผู้ที่มีประวัติโรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง
การเก็บรักษา เก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส

ขนาดบรรจุ แผงละ 4 และ 10 เม็ด

[เพิ่มเติม 19 มกราคม พ.ศ.2558] สูตร Tiffy DEY และ Decolgen Prin ยังคงเป็นยาอันตราย เนื่องจากมีพาราเซตามอลผสมอยู่ 500 มิลลิกรัม ซึ่งเกินข้อยกเว้นไม่เป็นยาอันตรายที่กำหนดปริมาณพาราเซตามอลเพียง 325 มิลลิกรัม (ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถโฆษณาโดยตรงต่อประชาชนได้)



(4) สูตรผสม phenylephrine กับยาอื่นใน (2) และ (3) ถ้ามีสูตรอื่นที่ไม่ใช่ยาเม็ดหรือแคปซูล เป็นยาอันตราย เนื่องจากยังไม่มีประกาศยกเว้นไว้


(5) สูตรที่ใช้สำหรับหยอดจมูก ตามตำรายาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศ ไม่เป็นยาอันตราย (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24, ราชกิจจานุเบกษา 19 กันยายน 2554)


เอกสารอ้างอิง
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 107 ง วันที่ 19 กันยายน 2554 หน้า 3


__________
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ระดับการควบคุมฟีนิลเอฟรีน (Phenylephrine) ในแต่ละประเทศ